FTA เอฟทีเอไทย-ชิลี หวานหลังทั้ง 2 ฝ่ายพอใจในการเจรจา
Posted in: ข่าว FTA ไทย, ข่าวการค้าต่างประเทศ | Comments (0)
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผย ถกเอฟทีเอไทย-ชิลีคืบ น่าพอใจ หลัง 2 ฝ่ายยื่นข้อเสนอ-ข้อเรียกร้องเปิดตลาดสินค้า คาดสินค้าที่ไทยได้ประโยชน์ มีทั้งรถปิกอัพ รถโดยสาร ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยันเป้าหมายบรรลุผล ส.ค.นี้แน่นอน
เมื่อวันที่ 26 มี.ค. นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ หัวหน้าคณะเจรจาจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี ไทย-ชิลี เปิดเผยว่า ได้นำคณะผู้แทนไทยเดินทางไปเจรจาเพื่อทำความตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-ชิลี ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 19 – 21 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่กรุงซานติอาโก ประเทศชิลี หลังจากที่เปิดการเจรจาจัดทำเอฟทีเอตั้งแต่เดือน เม.ย.54 ซึ่งการเจรจาครั้งนี้คืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ และทั้งสองฝ่ายยืนยันเป้าหมายที่จะสรุปผลการเจรจาภายในเดือน ส.ค.นี้
สำหรับการเจรจาครั้งนี้ ในด้านการเปิดตลาดสินค้านั้น ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงเกี่ยวกับกรอบและรูปแบบการเปิดตลาด โดยได้แลกเปลี่ยนข้อเสนอและเรียกร้องในการลดภาษีระหว่างกัน สินค้าสำคัญๆ ที่ไทยคาดว่าจะได้ประโยชน์ในการเข้าตลาดชิลี ได้แก่ รถปิกอัพและรถยนต์โดยสาร ชิ้นส่วนยานยนต์ ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งทอ และเสื้อผ้า ปูนซีเมนต์ เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์พลาสติก ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารกระป๋อง และอาหารสำเร็จรูป เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังได้มีโอกาสพบปะกับนาย Juan Pablo Mir ประธานบริษัท Mitsubishi Motor Corporation Chile ผู้นำเข้ารถยนต์จากหลายประเทศ รวมทั้งจากไทย โดยนาย Mir ได้สนับสนุนการจัดทำเอฟทีเอไทย-ชิลี เพราะสินค้าไทยจะได้รับสิทธิในการลด/เลิกภาษีนำเข้าจากชิลี ถือเป็นการเพิ่มศักยภาพสินค้าไทยเหนือคู่แข่งอื่น ที่ไม่ได้ทำเอฟทีเอกับชิลี โดยเฉพาะรถปิกอัพ ที่ไทยเป็นผู้นำตลาดอยู่แล้ว ก็น่าจะขยายตลาดได้มากขึ้น รวมถึงเป็นโอกาสขยายตลาดรถยนต์โดยสาร ที่ปัจจุบันมีการนำเข้าจากไทยเพียง 1% เท่านั้น รวมถึงขยายตลาดชิ้นส่วนยานยนต์ได้อีกด้วย
ทั้งนี้ ในปัจจุบันไทยเป็นแหล่งที่ชิลีนำเข้ารถยนต์ ทั้งรถปิกอัพและรถยนต์ประเภทอื่นๆ สูงเป็นอันดับ 5400
ftaexpo @ March 26, 2012
FTA เอฟทีเอ ผลไม้นิวซีแลนด์-จีน แจ่ม ส่งผลยอดบริโภคแอปเปิลไทยพุ่งทะลุ 9,000 ล้าน
Posted in: ข่าว FTA ไทย, ข่าวการค้าต่างประเทศ | Comments (0)
เอฟทีเอผลไม้นิวซีแลนด์-จีน ส่งผลยอดบริโภคแอปเปิลไทยพุ่งทะลุ 9,000 ล้าน วอชิงตันแอปเปิล รุกธุรกิจเกษตร สบช่องตลาดบูม เปิดตัว 9 สายพันธุ์ใหม่ นางสาวอภิรดี ภาณุรุจ ตัวแทนคณะผู้บริหารการตลาดวอชิงตันแอปเปิล ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า อัตราการบริโภคแอปเปิลในประเทศไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยในปี 2554 พบว่ามีการนำเข้าสูงสุดปริมาณ 1.3 แสนตัน คิดเป็นมูลค่าตลาดกว่า 9,000 ล้านบาท เทียบกับปี 2547 ตลาดมีมูลค่า 5,989 ล้านบาท
“การเติบโตนี้เป็นผลจากการเปิด FTA ไทย-นิวซีแลนด์ และ ไทย-จีน โดยในรอบปี 2010-2011 วอชิงตันแอปเปิลยังส่งมาจำหน่ายในประเทศเกือบ 1 ล้านกล่อง โดยยังมีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 20%” นางสาวอภิรดี กล่าวและว่า
สำหรับการรุกตลาดแอปเปิลในประเทศไทย ของวอชิงตันแอปเปิลนับจากนี้ไป จะใช้จุดแข็งของวอชิงตันแอปเปิลที่คนไทยรู้จักคุ้นเคยและผูกพันมานานด้วย ภายใต้กลยุทธ์ Life Stage Marketing นำเสนอแอปเปิลแต่ละสายพันธุ์ สร้างบุคลิกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคแต่ละช่วงวัย ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ มีรสชาติ ความกรอบ สีสัน เจาะกลุ่มผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย รายได้ระดับปานกลาง สูง ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ซึ่งมีแนวโน้มในการบริโภคแอปเปิลมากกว่าต่างจังหวัด โดยยังได้เตรียมรุกสร้างแบรนด์ “วอชิงตันแอปเปิล” ผ่านสายพันธุ์ต่างๆ ทั้ง 9 สายพันธุ์หลัก คือ เรด ดิลิเชียส, โกลเด้น ดิลิเชียส, แกรนนี่ สมิธ, ฟูจิ, กาล่า, แบรเบิร์น, คริปส์พิงค์, ฮันนี่คริสป์ และคามิโอ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็มีเอกลักษณ์และรสชาติที่โดดเด่นแตกต่างกันไป
400
ftaexpo @ March 26, 2012
FTA สหรัฐ-เกาหลีใต้ ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของสหรัฐ
Posted in: ข่าว FTA ต่างประเทศ | Comments (0)
ข้อตกลงประวัติศาสตร์เอฟทีเอสหรัฐ-เกาหลีใต้ ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของสหรัฐ ที่สามารถเจาะตลาดชาติที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ4ของเอเชีย
เกาหลีใต้ ซึ่งเกือบจะลืมเลือนบรรยากาศการประท้วงของนักศึกษา ในสมัยที่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของเผด็จการทหาร หลังจากได้สัมผัสกับประชาธิปไตยมายาวนาน กำลังหวนกลับไปสู่บรรยากาศของอดีตอีกครั้ง เมื่อมีการรวมตัวคนหลายพันคน ประท้วงต่อต้านการให้สัตยาบรรณรับรองข้อตกลงการค้าเสรีกับสหรัฐ (เอฟทีเอ)ที่พวกเขามองว่า เป็นทั้งการเสียหน้า เสียเปรียบและเสียหายต่อชาติบ้านเมืองอย่างใหญ่หลวง
แต่เป็นชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ของสหรัฐ ที่ต่อไปนี้จะสามารถเจาะตลาดของชาติ ที่ได้ชื่อว่ามีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ของเอเชีย และเป็นข้อตกลงการค้าที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ นับตั้งแต่มีการทำข้อตกลงเปิดเสรีการค้าอเมริกาเหนือ ( นาฟต้า) เมื่อปี 2537 กับแคนาดาและเม็กซิโก
เมื่อวันอังคาร (22พ.ย.) สภาผู้แทนราษฎรของเกาหลีใต้ ได้ผ่านความเห็นชอบเอฟทีเอกับสหรัฐ ที่ยืดเยื้อมานานด้วยมติ 151 ต่อ 7 เสียง ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า และเป็นเวลาไม่กี่นาที หลังจาก ส.ส.ฝ่ายค้านคนหนึ่ง ขว้างกระป๋องแก๊สน้ำตา ไปตกกลางสภาฯ เพื่อประท้วงการลงมติ
ส.ส.พรรครัฐบาล ได้ฉวยโอกาสเรียกประชุมสภาฯ กระทันหันโดยที่ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านยังไม่ทันตั้งตัว พวก ส.ส.ในที่ประชุมต้องไอไปด้วยและเช็ดหน้าเช็ดตาไปด้วย เพราะกระป๋องแก๊สน้ำตาเกิดระเบิดใกล้แท่นอภิปรายของประธานสภาฯ ส่วนส.ส.มือขว้าง ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยลากตัวออกไป โดยที่เจ้าตัวยังคงตะโกนประท้วงการลงมติ พวก ส.ส. ที่เหลือเร่งลงมติโดยเร็ว และให้สัตยาบรรณเอฟทีเอจนได้ ซึ่งที่จริงแล้วเอฟทีเอ ผ่านความเห็นชอบครั้งแรกเมื่อปี 2550 แต่ถูกเตะถ่วงมาหลายครั้งก่อนหน้านี้
ส.ส.พรรคแกรนด์ เนชั่นแนล ซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาฯ จากทั้งหมด 295 ที่นั่ง ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ยอนฮัพว่า ที่ต้องตัดสินใจผลักดันเอฟทีเอกับสหรัฐ400
ftaexpo @ March 26, 2012
ญี่ปุ่น-แคนาดา เตรียมเปิดเจรจา FTA เอฟทีเอ เพิ่มความร่วมมือด้านพลังงาน และความมั่นคง
Posted in: ข่าว FTA ต่างประเทศ, ข่าวการค้าต่างประเทศ | Comments (0)
ญี่ปุ่นและแคนาดา ตัดสินใจที่จะเริ่มการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างสองประเทศ และจะเพิ่มความร่วมมือด้านพลังงานและความมั่นคง หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้เสร็จสิ้นการศึกษาความเป็นไปได้ของการทำข้อตกลงดังกล่าวร่วมกันเมื่อช่วงต้นเดือนนี้
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีโยชิฮิโกะ โนดะ กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมร่วมกันนายสตีเฟน ฮาร์เปอร์ นายกรัฐมนตรีของแคนาดา ว่า ญี่ปุ่นและแคนาดา มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้น ไม่เพียงแต่ในด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความมั่นคงด้วย
ด้านนายฮาร์เปอร์ เชื่อว่า การเปิดฉากเจรจาการค้าเสรี จะเป็นก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสในการสร้างงงานและการขยายตัวทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ
จากการศึกษา ความเป็นไปได้ของการทำข้อตกลงเอฟทีเอ พบว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของญี่ปุ่น จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นระหว่าง 4.4-4.9 พันล้านดอลลาร์จากการทำข้อตกลงกับแคนาดา และ จีดีพี ของแคนาดา จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นระหว่าง 3.8-9.0 พันล้านดอลลาร์
สินค้าหลักที่ญี่ปุ่น ส่งออกให้กับแคนาดาได้แก่สินค้าอุตสาหกรรม เช่น รถยนต์ และ เครื่องจักรกล ขณะที่แคนาดาส่งออกทรัพยากรธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรให้กับญี่ปุ่น
ขอขอบคุณเนื้อข่าว จากหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ
ftaexpo @ March 26, 2012
60 ปี กรมส่งเสริมการส่งออก ก้าวสู่อนาคตที่เข้มแข็ง สร้างไทยให้ยิ่งใหญ่ในเวทีโลก
Posted in: ข่าวการค้าต่างประเทศ | Comments (0)
กรุงเทพมหานคร (12 มีนาคม 2555): กรมส่งเสริมการส่งออก จัดงานครบรอบ ’60 ปี กรมส่งเสริมการส่งออก’ ณ กระทรวงพาณิชย์
กรมส่งเสริมการส่งออก จัดงานครบรอบ ’60 ปี กรมส่งเสริมการส่งออก’ ณ กระทรวงพาณิชย์ พร้อมแถลงถึงบทบาทและความสำเร็จของกรมส่งเสริมการส่งออกที่เปลี่ยนแปลงและ พัฒนาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยมีนายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในงาน
งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแสดงถึงความเป็นมาของกรมฯ วิสัยทัศน์ และบทบาทของกรมส่งเสริมการส่งออกตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ที่ได้มีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยและก้าวทันพลวัต การค้าและเศรษฐกิจของโลก ภายใต้ 3 พันธกิจหลัก ได้แก่ การส่งเสริมและผลักดันการขยายตลาดสินค้าและบริการของไทยไปยังตลาดใหม่ที่มี ศักยภาพ โดยเฉพาะอาเซียน จีน และอินเดีย
การพัฒนาและส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าและธุรกิจบริการส่ง ออกอย่างต่อเนื่อง การสร้างตราสินค้า นวัตกรรมการสร้างสรรค์ ที่เน้นความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในเวทีการค้าระหว่าง ประเทศ และเป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ยุคการค้าเสรีและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC อย่างแข็งแกร่ง โดยมุ่งหวังที่จะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการพัฒนาการค้าระหว่างประเทศของ ไทยอย่างยั่งยืน
เพื่อนำพาธุรกิจไทยสู่โลกเศรษฐกิจการค้ายุคใหม่ ซึ่งนอกจากจะมุ่งสร้างรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ของไทยแล้ว ยังมุ่งให้ความสำคัญกับเรื่องของการลงทุน และการจ้างงานทั้งในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศที่มีแรงงาน หลายๆ ล้านคนอีกด้วย
นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “ปีนี้ถือเป็นปีสำคัญกับการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 60 ของกรมส่งเสริมการส่งออก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราก็ได้ร่วมมือกันทำงานแบบบูรณาการกับภาคเอกชน ในการส่งเสริม ผลักดันการส่งออกสินค้าและบริการของไทยในตลาดโลกให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศเฉลี่ยปีละกว่า 6400
ftaexpo @ March 26, 2012
สศค.หวั่นเศรษฐกิจจีนหดตัวรุนแรงกระทบการส่งออกไทย
Posted in: ข่าวการค้าต่างประเทศ | Comments (0)
สศค.หวั่นการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีน จะส่งผลให้การส่งออกของไทยหดตัวลง และฉุดให้การขยายตัวของเศรษฐกิจไทย รวมถึงเศรษฐกิจโลกไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
นาย สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุว่า สัญญาณการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีน ซึ่งเห็นได้ชัดในช่วงสองสัปดาห์ก่อน จากการถอนการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นของจีนที่ไหวตัวก่อน เนื่องจากมีสัญญาณฟองสบู่แตกในภาคอสังหาริมทรัพย์ ทำให้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนอาจชะลอการเติบโตรุนแรงในแบบกระชากตัว จากที่คาดว่าจะโตราว 8-9% ลงเหลือเพียง 6% เท่านั้น
“เรากำลังเตรียม รับมือเพื่อรองรับความผันผวนที่อาจจะเกิดขึ้นใหม่จากจีน พร้อมกับหามาตรการรับมือกับภาวะน้ำมันดิบในตลาดโลก ที่ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3-0.4% มีผลให้ราคาสินค้าและค่าครองชีพปรับตัวตามไปด้วย”
ทั้งนี้ สศค.ประเมินการขยายตัวของจีดีพีไทยในปีนี้ อยู่ที่ 5.5-5.7% ต่ำกว่าประมาณการของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ประเมินว่า จีดีพีไทย จะเติบโตที่ระดับ 5.5-6.5%
สำนัก ข่าวชินหัวของจีน รายงานโดยอ้างถึงถ้อยแถลงของ นายเซียะ ปิน อดีตที่ปรึกษาธนาคารกลางของจีน ระหว่างการประชุมการลงทุนในเอเชียของเครดิตสวิส ที่ฮ่องกง ซึ่งคาดการณ์ว่า จีดีพีของจีนจะขยายตัวเฉลี่ย 7% ต่อปีในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ อย่างไรก็ตาม เขากล่าวตำหนิรัฐบาลจีนว่า ไม่ควรผ่อนคลายการคุมเข้มนโยบายการเงินหลังจากที่เศรษฐกิจค่อนข้างชะลอตัว
นาย เซียะ ปิน ยังกล่าวด้วยว่า เศรษฐกิจที่ขยายตัวช้าลง อาจกระตุ้นให้รัฐบาลหันมาจับตาดูความเสี่ยงในตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างใกล้ ชิดมากขึ้น และว่าแม้ในกรณีย่ำแย่ที่สุด จีดีพีของจีนก็จะไม่ขยายตัวต่ำกว่า 6% ต่อปีแน่ๆ
ขณะที่ นายจูหมิน รองผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เชื่อว่าเศรษฐกิจจีนกำลังมุ่งสู่ภาวะชะลอตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าท่ี จะเป็นการชะลอตัวอย่างรวดเร็วและรุนแรง ถึงแม้ข้อมูลของรัฐบาลจะแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอในด้านการขยายตัวก็ตาม
นาย จูหมิน ได้กล่าวในการประชุมเดียวกับนายเซียะ400
ftaexpo @ March 26, 2012
ธสน.จับมือ Asuransi Ekspor Indonesia Persero ขยายส่งออกปิโตรเคมี
Posted in: ข่าวการค้าต่างประเทศ | Comments (0)
|
นาย คนิสร์ สุคนธมาน กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) และนายศักดิ์ชัยปฏิภาณปรีชาวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี พลาสติกส์ จำกัด ในเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ลงนามในกรมธรรม์ประกันการส่งออกของ ธสน. เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงในการส่งออกสินค้าเม็ดพลาสติกไปยังตลาดอินโดนีเซีย พร้อมกันนี้กรรมการผู้จัดการ ธสน. ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงการรับประกันต่อ (Reinsurance Agreement) ร่วมกับนายซาฟรีล ราซีฟอามิร กรรมการผู้จัดการ PT Asuransi Ekspor Indonesia Persero (ASEI) หรืออาเซ่ เป็นองค์กรรับประกันการส่งออกแห่งชาติของอินโดนีเซีย ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ธสน. จะให้บริการประกันการส่งออกเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงด้านการชำระเงินค่า สินค้าส่งออกของผู้ผลิตถุงพลาสติกรายใหญ่ในประเทศอินโดนีเซียให้แก่บริษัท เอสซีจี พลาสติกส์ จำกัดในเครือเอสซีจี เคมิ คอล ส์ซึ่ง เป็นผู้ผลิตปิโตรเคมีครบวงจรรายใหญ่ของไทยและผู้ผลิตชั้นนำในภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก โดยมีอาเซ่เป็นผู้รับประกันต่อ (Reinsurer)ความเสี่ยงต่อจาก ธสน. อีกทอดหนึ่ง ในกรณีที่เอสซีจี พลาสติกส์ไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าจากการส่งออกดังกล่าวเนื่องจากความ เสี่ยงทางการค้า ได้แก่ ผู้ซื้อล้มละลาย ผู้ซื้อปฏิเสธการชำระเงิน ผู้ซื้อปฏิเสธการรับมอบสินค้า หรือความเสี่ยงทางการเมือง400 |
ftaexpo @ March 26, 2012
โครงการมาตรการทางการเงินเพื่อสนับสนุนการประกอบธุรกิจพาณิชยนาวี
Posted in: ข่าวโครงการต่างๆ | Comments (0)
โครงการมาตรการทางการเงินเพื่อสนับสนุนการประกอบธุรกิจพาณิชยนาวี เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2012 นายคนิสร์ สุคนธมาน กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) นายพชร เสนะวีณิน กรรมการอำนวยการ บริษัท ท๊อป มารีไทม์ เซอร์วิส จำกัด (TMS) นายสัญชัย จงวิศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาร์ซัน จำกัด และนายนิทัศน์ ครองวานิชยกุล กรรมการอำนวยการ บริษัท ไทยออยล์มารีน จำกัด ร่วมลงนามในสัญญาสนับสนุนสินเชื่อของ ธสน. ภายใต้ “โครงการมาตรการทางการเงินเพื่อสนับสนุนการประกอบธุรกิจพาณิชยนาวี” วงเงิน 324 ล้านบาท เพื่อให้ TMS นำเงินไปใช้ซื้อเรือรับส่งลูกเรือของบริษัทปิโตรเคมีในบริเวณอ่าวไทย (Crew Boat) จำนวน 3 ลำ ณ ธสน. สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2555
ftaexpo @ March 26, 2012






